ชายวัย 25 ปีตัดสินใจใช้ปืนพ่อยิงขมับฆ่าตัวตาย คาดเกิดจากความเครียดเรียนไม่จบสักที

        เมื่อวันที่ 8 เดือนเมษายน ปี พ.ศ. 2565 ช่วงเวลาประมาณ 10.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสภเมืองตรังได้รับแจ้งเหตุว่าที่บ้านหลังหนึ่งในตำบลบ้านโพธิ์มีคนใช้อาวุธปืนยิงตนเองเสียชีวิตภายในห้องนอน  

ชายวัย 25 ปีตัดสินใจใช้ปืนพ่อยิง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงพบผู้เสียชีวิตอยู่ในสภาพมือยังถืออาวุธปืนที่ใช้ในการสังหารตัวเองโดยอาวุธปืนนั้นเป็นปืนลูกโม่ขนาด 357 สภาพศพถูกยิงจากขมับทางด้านขวาทะลุไปทางด้านซ้ายเสียชีวิตภายในห้องนอนของตนเองซึ่งไม่มีร่องรอยการต่อสู้หรือขัดขืน   เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการเก็บรวบรวมหลักฐานทั้งหมดภายในยังจุดเกิดเหตุ

           จากการให้ข้อมูลของเจ้าของบ้านซึ่งเป็นพ่อของผู้เสียชีวิตระบุว่า  ลูกชายอายุ 25 ปีขณะนี้กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยทักษิณจังหวัดสงขลาโดยศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 5  คณะศึกษาศาสตร์  เอกคณิตศาสตร์   ส่วนสาเหตุของการฆ่าตัวตายในครั้งนี้พ่อของผู้เสียชีวิตและญาติคนอื่นๆเชื่อว่าน่าจะเกิดจากอาการน้อยใจเนื่องจากว่าลูกชายนั้นเรียนมา 5 ปีแล้วแต่ยังเรียนไม่จบสักทีซึ่งญาติพี่น้องคนอื่นๆหรือแม้แต่เพื่อนเรียนจบกันหมดแล้วและทุกคนต่างก็มีงานทำกันหมดแล้วนั่นเอง

           จากการให้ข้อมูลของพ่อผู้เสียชีวิต ระบุว่าเมื่อวันที่ 7 เดือนเมษายน ปีพ.ศ. 2565 เพื่อนของผู้เสียชีวิต    ufabet เว็บแม่      ซึ่งเป็นนายร้อยตำรวจได้เดินทางมาหาลูกชายที่บ้านแล้วมารับพาไปร่วมงานศพที่วัดกะพังสุรินทร์   ซึ่งอยู่ในเขตเทศบาลนครตรัง   หลังจากนั้นลูกก็กลับมาที่บ้านตามปกติช่วงเวลาประมาณตีสาม พ่อของผู้เสียชีวิตที่ตื่นขึ้นมาจะเข้าห้องน้ำได้มีการแวะไปยังห้องนอนของลูกชายแต่ปรากฏว่าลูกชายไม่ได้อยู่ในห้องนอนจนตอน 6:00 น ตื่นมาเพื่อออกกำลังกายพบว่าห้องนอนของลูกชายเปิดแอร์เมื่อเปิดประตูเข้าไปดูก็เห็นลูกชายนอนอยู่ในห้องตามปกติ

       อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ฆ่าตัวตายนั้นเกิดช่วงประมาณ 9.00 น.ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พี่เลี้ยงซึ่งถูกจ้างมาให้ดูแลคนชราภายในบ้านได้มาบอกกับผู้เป็นพ่อว่าในบ้านไม่มีอะไรกินทำให้ผู้เป็นพ่อกำลังจะเดินออกไปซื้อข้าวเหนียวไก่ซึ่งระหว่างนั้นก็ได้มีการมองไปยังห้องของลูกชายเห็นว่าห้องของลูกชายนั้นปิดแอร์เป็นที่เรียบร้อยแล้วจึงคาดว่าลูกชายน่าจะตื่นแล้วแต่ไม่ได้เข้าไปดู

          ระหว่างที่พ่อเดินเพื่อไปซื้อของผ่านไปถึงบริเวณหน้าปากซอยปรากฏว่าได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด  เมื่อวิ่งกลับมาดูก็พบว่าลูกชายได้ใช้อาวุธปืนจุด 357 ของผู้เป็นพ่อที่เก็บเอาไว้ยิงตนเองจนเสียชีวิตซึ่งทำให้ผู้เป็นพ่อและญาติคนอื่นไม่ได้ติดใจสาเหตุของการฆ่าตัวตายในครั้งนี้เพราะคาดว่ารูปน่าจะเครียดเนื่องจากว่าคนรอบข้างของลูกนั้นมีงานทำได้ดีกันหมดแล้วแต่ตัวลูกชายนั้นยังคงต้องเรียนหนังสืออยู่และปีนี้ก็ยังเรียนไม่จบอีกจึงทำให้เกิดภาวะความเครียดจึงคาดว่าเป็นชนวนสำคัญของการฆ่าตัวตายในครั้งนี้นั่นเอง

ร้านก๋วยเตี๋ยวทะเลาะกับร้านชาไข่มุกเปิดศึกแย่งขายน้ำ หน้าวัด 

        เมื่อวันที่ 16 เดือนมิถุนายนปีพศ 2564    เจ้าหน้า ตำรวจสน. บางยี่เรือได้รับแจ้งเหตุ จากหญิงชราวัย 60 ปีว่าถูกทำร้ายร่างกายและผู้ที่ลงมือก่อเหตุนั้นก็เป็นเจ้าของร้านชานมไข่มุกซึ่งมีร้านอยู่ใกล้กับร้านของหญิงชราซึ่งเปิดเป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยวโดยร้านทั้งคู่นั้นตั้งอยู่ตรงแถวบริเวณหน้าวัดเวฬุราชิน   ซึ่งวัดแห่งนี้นั้นอยู่ในแขวงบางยี่เรือตรงบริเวณถนนเทอดไท

        หญิงชราวัย 60 ปีได้เล่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหวังว่าตัวเธอนั้นเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว  ที่บริเวณหน้าวัดเวฬุราชินมากว่า 3 ปีแล้วส่วนคู่กรณีนั้นมาเปิดร้านขายชานมไข่มุกอยู่ใกล้ๆกับร้านของเธอซึ่งเพิ่งเปิดมาได้ถึงแค่ 1 ปีเท่านั้นโดยนับตั้งแต่ทั้ง 2 ร้านเปิดร้านแข่งกันมานั้นก็ไม่มีใครที่จะพูดคุยกันเลย 

           อย่างไรก็ตามเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวยืนยันว่าเธอไม่เคยสั่งห้ามลูกค้าที่ไปกินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านของเธอไม่ให้ไปซื้อชานมไข่มุกแต่เธอจะบอกกับลูกค้าของร้านที่มากินก๋วยเตี๋ยวว่าถ้าหากว่าซื้อชานมไข่มุกมากินในร้านให้เอาแก้วน้ำออกไปทิ้งด้วยซึ่งเหตุการณ์ต่างๆก็ผ่านไปเป็นปกติดีทุกอย่างจนเมื่อวันที่ 16 เดือนมิถุนายนปีพศ 2564 ช่วงเวลาประมาณ 13:00 น.  ขณะที่เธอกำลังเก็บร้านอยู่นั้นปรากฏว่าเจ้าของร้านชานมไข่มุกซึ่งเป็นผู้หญิงอายุประมาณ 30 ปีได้เดินเข้ามาด่าเธอภายในร้าน

           โดยอ้างว่าเธอนั้นเก็บเก้าอี้เสียงดังจึงทำให้เธอและเจ้าของร้านชานมไข่มุกทะเลาะกันหลังจากนั้นเธอก็ถูกเจ้าของร้านชานมไข่มุกทำร้ายร่างกายจนมีแผลปากแตกซึ่งในขณะนั้นหลานชายของเธอที่มาช่วยเก็บร้านได้เห็นเหตุการณ์จึงได้เข้ามาห้ามโดยนำมีดเข้ามาขู่ทำให้เจ้าของร้านชานมไข่มุกนั้นเดินออกจากร้านไปหลังจากนั้นเธอจึงไปโรงพยาบาลเพื่อรักษาแผลและนำใบรับรองแพทย์ไปทำการแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

          อย่างไรก็ตามในขณะที่หญิงชราซึ่งเป็นเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวอยู่ที่สถานีตำรวจนั้นปรากฏว่าที่ร้านขายก๋วยเตี๋ยวได้มีคนร้ายประมาณ 10 คนมีอาวุธเป็นไม้เบสบอลเดินเข้ามาภายในร้านและทำร้ายร่างกายหลานชายของเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวซึ่งเขากำลังเก็บร้านอยู่โดยทางด้านหลานชายนั้นได้ถูกไม้ตรีไปที่ร่างกายและต้องรีบหลบหนีไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านที่อยู่แถวบริเวณนั้นในขณะที่ชายทั้งสิบคนนั้นก็ใช้อาวุธไม้ตีทำลายข้าวของในร้านขายก๋วยเตี๋ยวจนข้าวของพังเสียหาย

          เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาถึงที่ร้านชายทั้ง 10 คนต่างก็พากันหลบหนีอย่างไรก็ตามทางด้านฝั่งเจ้าของร้านชานมไข่มุกก็ได้มีการไปแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเช่นเดียวกันว่าถูกทำร้ายร่างกายซึ่งในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเรียกตัวผู้เสียหายทั้งสองฝั่งมาทำการสอบสวนโดยที่ยังไม่มีการแจ้งข้อหากับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเพราะต้องรอผลการสอบสวนก่อน 

 

สนับสนุนโดย    ufabet เว็บแม่

เจ้าของร้านจักรยานตรงสวนรถไฟถูกชายหนุ่มแจ้งความเอาผิดฐานทำร้ายร่างกายและเหยียดเพศ

          เมื่อวันที่ 28 เดือนธันวาคม   ปีพศ 2563    ไม่มีผู้ใช้ Facebook LINE 1 เพศชายได้ออกมาโพสต์ข้อความเตือนภัยเกี่ยวกับการเข้าไปใช้บริการที่ร้านเช่าจักรยานแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ภายในบริเวณสวนรถไฟ  โดยเขาระบุว่าเขาได้มีการไปเช่าจักรยานที่ร้านเช่าจักรยานแห่งนี้ซึ่งเขาและครอบครัวนั้นมาเช่าจักรยานที่สวนรถไฟแห่งนี้อยู่เป็นประจำอยู่แล้ว  โดยในวันเกิดเหตุเขาและเพื่อนได้มาเช่าจักรยานรวมทั้งสิ้นจำนวน 3 คันด้วยกันเพื่อนำไปขี่เล่นภายในบริเวณพื้นที่สวนรถไฟ

          ในขณะที่ขี่รถจักรยานเล่นอยู่นั้นบังเอิญว่าไปเห็นทุ่งดอกทานตะวันที่ทางศูนย์รถไฟได้มีการปลูกเอาไว้จึงอยากจะเข้าไปถ่ายรูปแต่ทางด้านเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไม่อนุญาตให้นำจักรยานเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวได้อีกครั้งบอกให้พวกเขาจอดจักรยานไว้บริเวณริมถนนด้านนอกซึ่งพวกเขาก็ปฏิบัติตามแต่หลังจากถ่ายรูปกับดอกทานตะวันเสร็จเรียบร้อยแล้วปรากฏว่าออกมาพบว่ารถจักรยานหายไปจำนวน 1 คัน

          ทางด้านผู้เสียหายจึงได้ไปทำการแจ้งที่ร้านจักรยานเกี่ยวกับรถจักรยานที่หายไปซึ่งทางร้านนั้นกลับให้ลูกค้าไปตามหารถจักรยานที่หายหรือไม่ก็ให้จ่ายเป็นเงินแทนซึ่งทางร้านคิดเงินค่าจักรยานหายจำนวนทั้งสิ้น 2,000 บาท  อย่างไรก็ตามระหว่างที่กำลังมีการตามหารถจักรยานคันดังกล่าวอยู่นั้นปรากฏว่ามีลูกค้าคนนึงของร้านเช่ารถจักรยานได้นำรถจักรยานมาคืนและลักษณะของจักรยานที่นำมาคืนนั้นก็ตรงกับที่ผู้เสียหายได้ทำหายไป

        เมื่อมีการพูดคุยกับเจ้าของร้านปรากฏว่าเจ้าของร้านไม่ต้องการพูดคุยใดๆ  และเกิดการทะเลาะวิวาทกันขึ้นซึ่งทางด้านเจ้าของร้านนั้นได้พูดจาหยาบคายใส่อีกทั้งยังทำท่าจะทำลายข้าวของของตนเองเช่นต้องการที่จะเอาโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหายไปลงพื้นทำให้ผู้เสียหายจำเป็นต้องแย่งโทรศัพท์มือถือคืนมาและในขณะนั้นลูกชายเจ้าของร้านจักรยานก็ได้เข้ามาทำร้ายร่างกายด้วยการจับผู้เสียหายพุ่งลงกับพื้นจนได้รับบาดเจ็บ

       อย่างไรก็ตามเรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องของจักรยานหายนั้นจบลงด้วยดีเนื่องจากผู้เสียหายได้มีการโทรติดต่อให้พ่อมาพูดคุยกับเจ้าของร้านเช่ารถจักรยานซึ่งทางด้านผู้เสียหายไม่ได้และมีการระบุผ่านทาง Facebook ว่ามีการตกลงกันอย่างไรบ้างแต่ทางด้านผู้เสียหายได้มีการเดินทางไปที่สถานีตำรวจเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับลูกชายของเจ้าของร้านเช่าจักรยานกรณีที่ทำร้ายร่างกายด้วยการจับเอากระแทกลงพื้นอีกครั้งก็ยังต้องการให้เจ้าของร้านออกมาขอโทษเกี่ยวกับการที่ใช้คำหยาบคายกับเขารวมถึง การแสดงท่าทีเหยียดหยามเกี่ยวกับสภาพเพศของเขานั่นเอง

          ในขณะนี้ยังไม่ได้มีการโต้ตอบออกมาจากทางร้านเช่ารถจักรยานแต่อย่างใดซึ่งทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการรับดำเนินคดีไว้แล้วและจะมีการประสานงานไปยังทางร้านอีกครั้งหนึ่ง

 

สนับสนุนโดย.  ufabet เว็บแม่