มาทำความรู้จักกับ ไวรัสโคโรน่า กันเถอะ

ไวรัสโคโรน่า

หลายคนคงจะสงสัยว่าโรค ไวรัสโคโรน่า มีต้นเหตุมาจากที่ไหน

และมีเชื่อ ไวรัสโคโรน่า เข้ามาได้อย่างไรซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าโรคไวรัสโคโรน่ามีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีนโดยกดขึ้นครั้งแรกที่เมืองกูฮั่น ส่วนสาเหตุที่ทำให้มีเชื่อไวรัสชนิดนี้นั้นมีสาเหตุมาจากการกินอาหารที่พิสดารของคนจีนซึ่งในครั้งนี้เชื้อไวรัสโคโรน่ามีสาเหตุติดมาจากคนที่กินซุปค้างคาวโดยวิธีการติด ไวรัสชนิดนี้จะติดกันจากระบบการหายใจดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าเสียไวรัสชนิดนี้จะมีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วและจะมีผู้ติดเชื้อจากหลายประเทศมากมาย

มารวมกันเพราะเราเองไม่สามารถรู้ได้เลยว่าคนที่อยู่ใกล้ชิดกับเรานั่งรถดูร่วมกับเราl นั่งรถไฟฟ้าร่วมกับเราเค้าเป็นโรคชนิดนี้หรือไม่เพราะเชื้อไวรัสโคน่าหากใครที่มีชื่อนี้แล้วจะมีอาการไข้ขึ้นสูงรวมถึงจะมีอาการเหมือนคนเป็นหวัดปกติแต่ใครจะไม่ลดลงซึ่งการรักษา

ณปัจจุบันยังไม่มียาที่จะสามารถรักษาโลกนี้ได้

เราจึงรักสาโรคนี้ตามอาการที่เป็นอยู่และถึงแม้ว่าโลกนี้จะเกิดขึ้นที่จีนแล้วก็ค่อนข้างมั่นใจว่าการแพร่เชื้อจะเข้ามาสู่ประเทศไทยอย่างแน่นอนนั่นก็เพราะว่า ชาวจีนที่อยู่ในเมืองโอฮั่นได้เดินทางออกมาจากประเทศจีนและเข้าสู่ประเทศไทยเรียบร้อยแล้วซึ่งเราไม่มีทางรู้เลยว่าเจ้าจริงคนไหนที่มีเชื้อโรคไวรัสโคโรน่าอยู่บ้างในขนาดนี้เชื่อไวรัสชนิดนี้ ได้แพร่กระจายไปยังหลายประเทศรวมถึงประเทศไทยด้วยซึ่งคาดว่าการระบาดจะเหมือนกับการระหว่างช่วงที่เป็นไข้หวัดใหญ่

ซึ่งในตอนนั้นที่โรคใครหวัดใหญ่ระบาดหนัก ทำให้มีคนฆ่าตัวตายมากขึ้น

ใช้เวลาเพียงแค่หกเดือนก็สามารถติดเชื้อผลิตใหญ่ กระจายไปทั่วทุกมุมโลกได้และถึงแม้ทางประเทศจีนจะมีการก่อตั้งโรงพยาบาลขึ้นอีกสองแห่งเพื่อรองรับคนที่ป่วยเป็นโรคนี้แต่นั่นก็เป็นเพียงการรักษาเฉพาะคนที่อยู่ในประเทศจีนเท่านั้นสำหรับคนจีนที่เดินทางมาประเทศไท ก็ยังคงรักษาโรคนี้กันเองตามปกติดังนั้นสิ่งที่เราจะช่วยกันป้องกันได้ไม่ให้คนในประเทศไทยต้องติดเชื้อโรคไวรัสโคโรน่านี้เราจึงจำเป็นต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยอยู่ตลอดเวลาเพื่อป้องกัน

ไม่ให้มาเข้าสู่ร่างกายของคนไทยเราได้และไม่ให้เกิดการแพ้กระจายไปที่อื่นอีกด้วยซึ่งในตอนนี้ทุกคนในทุกประเทศควรจะร่วมแรงร่วมใจกันต่อสู้กับโรคไวรัสโคโรน่าเพื่อที่จะเป็นการลดการแพร่กระจายของโรคลดความหวัดกลัวของประชาชนลงรวมถึงหากใช้เวลาชนิดนี้มียารักษาให้หายขาดได้เชื่อว่าเศรษฐกิจการท่องเที่ยวก็จะกลับมาตื่นตัวกันอีกครั้ง

 

คุณไสยภัยใกล้ตัว ที่ควรรู้ไว้ 

คุณไสยภัยใกล้ตัว

ในยุค 4.00 นี้คุณยังมีความเชื่อด้านคุณไสยกันอยู่หรือไม่ อยากจะบอกว่า คุณไสยภัยใกล้ตัว ที่ควรรู้ไว้ เพราะบางคนอาจจะบอกว่ายุคนี้มันสมัยไหนแล้ว เรื่องแบบนี้ไม่มีจริงหรอก แต่บางคนยังมีความเชื่อในเรื่องพวกนี้อยู่ และหลายคนที่เมื่อเวลาเกิดความทุกข์ใจ หาทางออกให้กับชีวิตไม่ได้ 

เมื่อทางไหนที่คิดว่าจะเป็นที่พึ่งให้กับตนเองได้ก็พยายามไขว่าคว้าเอาไว้ พูดถึงเรื่องคุณไสย ในปัจจุบันยังมีให้พบเห็นกันตามสำนักหมอดู หรือกลุ่มคนที่ชอบเล่นคาถาอาคมต่างๆ โดยจะมุ่งเน้นการทำเสน่ห์ยาแฝด 

เพราะเรื่องความรักเป็นเรื่องที่พบปัญหามากที่สุด เพราะทุกคนต่างก็มุ่งหวังจะเป็นที่รักของคนอื่น อยากให้คนที่เรารักหันมาสนใจเรา หรืออยากได้สามีของคนอื่นมาเป็นของตน ดังนั้นเมื่อคนในสังคมไทย ยังมีกิเลสเหล่านี้อยู่ย่อมยังต้องมีเรื่องการทำคุณไสยเข้ามาเกี่ยวข้อง

คุณไสยภัยใกล้ตัว ถ้าอยากจะรู้ว่าคนนั้นโดนทำคุณไสยใส่หรือไม่ สามารถสังเกตได้ง่าย

เพราะจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดเจน เช่นปกติเป็นคนร่าเริง ยิ้มแย้มแจ่มใส ก็เปลี่ยนมาเป็นคนเงียบขรึม หรือมีอารมณ์ฉุนเฉียว ก้าวร้าว ดูมีความกระวนกระวาย ขอบตาดำคล้ำ ( แต่อาการเหล่านี้อาจเกิดจาก ยาเสพย์ติดได้นะคะ ก่อนที่จะวิเคราะห์ว่าเป็นการถูกคุณไสย ก็ลองเช็คเรื่องยาเสพย์ดูก่อน

แต่ถ้าเช็คแล้วไม่ใช่ ก็มั่นใจได้ชัวร์ค่ะ ว่าคุณไสยแน่นอน ) ดังนั้นเราจึงควรมาทำความรู้จักเกี่ยวกับการทำคุณไสย เพื่อที่จะได้ป้องกันตัวเองและคนในครอบครัวของเราค่ะ

คุณไสย มีทั้งหมด 4 ระดับคือ

  • ระดับต่ำสุด เป็นแนวเสกของเข้าท้อง เช่น ตะปู ผม  หนังควาย 
  • ระดับกลาง พวกนี้จะเป็นแนวควบคุม เน้นในเรื่องการทำเสน่ห์ให้คนรักคนหลง เช่น การฝังรูปฝังรอย พวกใช้น้ำมันพราย หรือใช้ตุ๊กตาวูดู
  • อันดับสามนี้จะเน้นการการสักเลข ยันต์ต่างๆ การลงคาถาอาคม มียันต์ไว้กันภัย ปัจจุบันแนวนี้ยังเป็นทีนิยมอยู่ จะเห็นได้จากเหล่าดาราทั้งหลาย ทั้งไทย และต่างชาติ นิยมไปสักยันต์เพื่อเสริมเสน่ห์ กันภัย หรือช่วยในเรื่องหน้าที่การงานเจริญรุ่งเรือง 
  • และอันดับสุดท้าย เป็นพวกแนวโจมตีกับศัตรู แนวนี้ไม่ค่อยนิยมกันแล้ว เพราะส่วนใหญ่ จะใช้ตัวเองไปตีกับศัตรูมากกว่า ตามที่จะเห็นในข่าวเรื่องการทะเลาะวิวาทกัน  ลักษณะของคุณไสยแนวนี้จะเน้น การใช้กุมารทอง ควายธนู ไปทำร้ายคนที่เราไม่ชอบ 

     อาการของคนโดยคุณไสยจะมีลักษณะคล้ายๆกัน สังเกตง่ายๆ คือมักจะมีขอบตาดำคล้ำ ชอบทำตาแข็งหรือ ตาขวาง บ้างครั้งเหม่อลอย บางครั้งอารมณ์ฉุนเฉียว มีอาการร้อนๆ หนาวๆ ปวดท้อง ใจสั่นไม่ค่อยมีแรง ปวดเมื่อยเนื้อตัวบางคนมีอาการคล้ายคนบ้า

 แนวทางป้องกันคือ หมั่นแผ่เมตตา สวดมนต์ อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร ควรมั่นทำบุญเยอะๆ เมื่อมีการไปทำบุญทีวัดก็นำน้ำมนต์มาอาบ โดยวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำมนต์ศักดิ์สิทธ์ มีฤทธิ์ในการักษามนต์ดำ คุณไสยต่างๆ ได้แก่วัด พระแก้ว  วัดชนะสงคราม วัดสุดทัศน์ แต่หากเราตั้งหมั่นอยู่ในศีลในทำ ทำอะไรอย่างมีสติ ไม่ไปทะเลาะเบาะแว้งกับใคร ก็จะทำให้เราห่างไกลจากเรื่องพวกนี้ได้เหมือนกัน 

     เรื่องแบบนี้ อาจเป็นเรื่องงมงาย ไกลตัวแต่มีความรู้ไว้บ้างก็ไม่เสียหายนะจ๊ะ