นักศึกษาสาวโดดตึกในมหาวิทยาลัยชื่อดังแถวถนนวิภาวดี

           เมื่อวันที่ 2 เดือนกันยายนปีพศ2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนกระโดดตึกฆ่าตัวตายและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุโดยการเกิดเหตุนั้นเกิดขึ้นที่บริเวณอาคารเรียนของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งซึ่งเป็นอาคารวิทยาศาสตร์โดยมหาวิทยาลัยดังกล่าวนั้นเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมากซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่แถวถนนวิภาวดีเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงพบว่าผู้เสียชีวิตนั้นเป็นผู้หญิง

และจากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่าน่าจะโดดลงมาจากชั้น 6 ล่างมากระทบพื้นจึงได้รับบาดเจ็บจนถึงแก่ความตายทางด้านเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ระบุเอาไว้ว่าก่อนที่จะมาพบศพหญิงสาวนอนเสียชีวิตนั้นพบว่าเธอได้เดินเข้ามาในมหาวิทยาลัยด้วยอารมณ์ที่ดูแล้วหงุดหงิดเหมือนคนอารมณ์เสีย

ซึ่งทางด้านเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนั้นไม่กล้าที่จะเข้าไปพูดคุยซักถามเนื่องจากว่ากลัวหญิงสาวนั้นต่อว่าแต่เห็นว่าหญิงสาวนั้นเดินไปทางอาคารตึกของวิทยาศาสตร์หลังจากนั้นก็ไม่เห็นหญิงสาวอีกเลยจนมาพบอีกทีก็กลายเป็นศพนอนอยู่แล้วทั้งนี้จากการตรวจสอบชื่อและนามสกุลพบว่าหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นเคยเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้

แต่ได้ออกไปเลยเป็นที่เรียบร้อยแล้วเนื่องจากว่าต้องออกไปรักษาตัวสาเหตุนั้นก็เพราะว่าหญิงสาวนั้นมีอาการป่วยเป็นโรคไบโพลาร์ซึ่งทางด้านครอบครัวของหญิงสาวได้บอกว่าเธออยู่ระหว่างการรักษาตัวซึ่งเธอนั้นมีอาการไบโพล่าและเคยฆ่าตัวตายมาแล้วหลายครั้ง

           สำหรับปัญหาของคนป่วยที่มักจะกระโดดตึกฆ่าตัวตายนั้นส่วนใหญ่มักจะพบว่าเป็นโรคซึมเศร้าหรือไม่ก็เป็นโรคไบโพลาร์ซึ่งเมื่อหากโรคนี้กำเริบเมื่อไหร่ก็จะทำให้ผู้ป่วยนั้นไม่มีสติและไม่สามารถควบคุมตนเองได้ต้องการที่จะฆ่าตัวตายอย่างเดียวซึ่งนับได้ว่าเป็นโรคที่มีความร้ายแรงมากและโรคไบโพลาร์รวมถึงโรคซึมเศร้านี้ปัจจุบันนี้คนไทยค่อนข้างเป็นกันเยอะ

ดังนั้นถ้าหากใครที่รู้สึกว่าตนเองนั้นมีอารมณ์หงุดหงิดง่ายหรือบางครั้งก็เกิดความเครียดมีอาการซึมหรือเหม่อลอยไม่อยากพูดคุยกับใครแนะนำว่าให้ลองโทรไปที่สายด่วนสุขภาพเพื่อทำการตรวจสอบว่าตัวของคุณนั้นมีอาการของโรคซึมเศร้าหรือว่ามีอาการของโรคไบโพล่าหรือไม่เพื่อที่จะได้รักษาได้อย่างทันท่วงทีจะได้ลดความเสี่ยงของการฆ่าตัวตายของคนไทย

ซึ่งตอนนี้เป็นอันดับต้นๆของประเทศเลยทีเดียว  และขณะนี้หากมีการติดตามข่าวสารเรามักจะพบว่ากลุ่มนักศึกษาค่อนข้างที่จะเป็นโรคทั้งสองโรคนี้กันมากขึ้น เนื่องจากมีความเครียดหลายอย่าง ทั้งเครียดเกี่ยวกับการเรียน เครียดเรื่องส่วนตัว เครียดเรื่องการเงินและยังต้องมาเครียดเรื่องที่จบมาแล้วอาจจะไม่มีงานทำกันอีกนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย  ufabet