พี่ม.6 ถูกเรียกค่าทำขวัญ 50,000 บาทหลังตืบน้อง ม. 1 บาดเจ็บ 

 

        พี่ม.6 ถูกเรียกค่าทำขวัญ  ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดนครพนมได้เกิดเหตุการณ์ที่เด็กนักเรียนชั้น ม.  6 ทําร้ายร่างกายรุ่นน้องซึ่งอยู่เพียงแค่ชั้นหนึ่งเท่านั้นจนได้รับบาดเจ็บ

โดยทางโรงพยาบาลต้องเย็บแผลบริเวณปากที่แตกให้กับเด็กม 1 จำนวนสูงถึง 5 เข็มส่วนสาเหตุที่พี่โมโหทำร้ายน้อง ม.1 นั้นมาจากการที่เด็ก ชั้น ม.1  ได้เตะตะกร้อกระเด็นไปใส่รถมอเตอร์ไซค์ของรุ่นพี่ชั้นม 6 ทำให้รุ่นพี่ไม่พอใจ

        อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นภายในบริเวณโรงเรียนซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นช่วงที่เจ้าของรถมอเตอร์ไซค์ซึ่งเป็นรุ่นพี่ชั้นม 6 นั้นกำลังเรียนหนังสืออยู่ปรากฏว่ามีคุณครูเดินมาบอกให้ไปดูรถมอเตอร์ไซค์ของตนเองเนื่องจากว่ามีรุ่นน้องมาเล่นตะกร้ออยู่ใกล้กับที่จอดรถมอเตอร์ไซค์

  และเมื่อรุ่นพี่ม 6 ไปเห็นว่ามีรุ่นน้องมาเล่นตะกร้อใกล้แล้วของตนเองจึงตั้งใจที่จะนำรถมอเตอร์ไซค์ไปจอดที่อื่นแต่ปรากฏว่ารุ่นน้องได้มีการเตะตะกร้อไปโดนเฟรมรถมอเตอร์ไซค์ทำให้รุ่นพี่ไม่พอใจเพราะเป็นคนรักรถมอเตอร์ไซค์มากจึงได้ทำร้ายรุ่นน้องจนได้รับบาดเจ็บ

        อย่างไรก็ตามหลังจากที่ครอบครัวของเด็กนักเรียนชั้น ม.  1 ทราบเรื่องจึงได้นำใบรับรองแพทย์ไปแจ้งความที่ สภ. ศรีสงครามในข้อหาทำร้ายร่างกายและมีการเรียกเงินค่าทำขวัญเป็นจำนวนทั้งสิ้น 50,000 บาท 

         สำหรับครอบครัวของรุ่นพี่ชั้นม 6 หลังจากที่รู้ว่าหลานของเองถูกแจ้งความดำเนินคดีและถูกเรียกค่าทำขวัญเป็นเงินสูงถึง 50,000 บาทก็ออกมายอมรับว่าไม่มีเงินที่จะจ่ายค่าทำขวัญให้คงต้องมีการไปพูดคุยตกลงเจรจากันไหมที่โรงพักอีกครั้งหนึ่งเนื่องจากว่าเด็กนักเรียนชั้นม 6 นั้นอาศัยอยู่กับตาและยายซื้อยายไม่ได้มีเงินในการเลี้ยงชีพตนเองมีแม่ของนักเรียนชั้นม 6 ที่ทำงานอยู่กรุงเทพส่งมาให้ใช้เดือนละเพียงแค่ 3000 บาทเท่านั้น

          ในขณะที่ผู้เป็นตาก็เป็นคนพิการไม่สามารถทำงานได้มีเงินใช้จากเงินเบี้ยชราและเงินคนพิการอีกอย่างละ 6,000 บาท    ทางเข้า gclub มือถือ     ดังนั้นในแต่ละเดือนครอบครัวของเด็กนักเรียนชั้นม 6 จึงมีเงินค่าใช้จ่ายเพียงแค่ประมาณเดือนละ 4,000 บาทเท่านั้นแล้วไม่สามารถหาเงินสูงถึง 50,000 บาทไปจ่ายค่าทำขวัญใดๆได้ทางคุณยายของเด็กนักเรียนชั้นม 6  กล่าวว่าตนเองและหลานยอมรับผิดทุกอย่าง

          สำหรับทางด้านเด็กนักเรียนชั้นม 6 นั้นหลังจากที่รู้ว่าตนเองถูกดำเนินคดีและยังถูกเรียกร้องเงินค่าทำขวัญสูงถึง 50,000 บาทก็รู้สึกสำนึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นโดยยอมรับว่าตนเองนั้นทำผิดจริงเพราะว่าขาดสติเนื่องจากว่าเป็นคนที่รักรถมากเพราะเป็นคนหาเงินมาซื้อรถมอเตอร์ไซค์คันดังกล่าวและเป็นคนผ่อนเองทั้งหมด

         อย่างไรก็ตามสำหรับเรื่องนี้ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้คงต้องรอดูว่าทางด้านผู้ได้รับบาดเจ็บนั้นจะมีการยอมความลดจำนวนค่าทำขวัญลงหรือไม่แต่เรื่องนี้สามารถเป็นอุทาหรณ์ได้อย่างหนึ่งว่าถ้าหากว่าอารมณ์ร้อนจนขาดสติสิ่งที่ตามมานั้นอาจจะเลวร้ายกว่าดังนั้นการทำทุกอย่างควรที่จะมีสติในการตัดสินแก้ไขปัญหาอาจจะเป็นการดีที่สุด