จับสาวทอม ฆาตกรใช้มีดแทงเพื่อนต่างวินดับ 

                เมื่อวันที่ 10 เดือนพฤศจิกายนปีพศ2563   ช่วงเวลาประมาณ 17:00 น.  เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจวังทองหลางได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านว่ามีคนถูกแทงเสียชีวิตตรงบริเวณวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง  ซึ่งอยู่ตรงซอยลาดพร้าว 122 แยก 14   ในเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงก็พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นเพศชาย  นอนเสียชีวิตอยู่ตรงบริเวณที่จอดรถของวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง โดยผู้เสียชีวิตยังใส่เสื้อวินมอเตอร์ไซค์ที่อยู่ด้วย   

            ภายในจุดเกิดเหตุนั้นมีผู้พบเห็นเหตุการณ์หลายคนโดยผู้ที่อยู่ในจุดเกิดเหตุแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าผู้ที่เสียชีวิตนั้นมีอาชีพรับจ้างมอเตอร์ไซค์อาศัยอยู่ตรงวินที่เสียชีวิต  โดยก่อนที่จะเสียชีวิตนั้นผู้เสียชีวิตได้มีการทะเลาะกับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างคนหนึ่งเป็นผู้หญิงแต่งคล้ายเหมือนกับเป็นทอมบอย  โดยทั้งคู่นะมีปากเสียงกันอยู่ตรงบริเวณแถวหน้าร้านเซเว่น  หลังจากทะเลาะกันได้สักพักหนึ่งวินจักรยานยนต์ที่เป็นทอมบอยก็ใช้มีดแทงไปที่ท้องของผู้เสียชีวิต  หลังจากนั้นก็ขี่รถมอเตอร์ไซค์หลบหนีไป ในขณะที่ตัวผู้เสียชีวิตเองก็ได้เดินมานั่งตรงที่บริเวณที่จอดรถของวินมอเตอร์ไซค์  และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

         อย่างไรก็ตามหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามคนร้าย  ก็สามารถจับกุมคนร้ายได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยทำดังกล่าวชื่อว่าตูมตาม  เธอเล่าให้ฟังว่าสาเหตุที่แทงผู้เสียชีวิตจนตายนั้นเพราะว่ามีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกันมานานกว่า 2 ปีแล้ว  เป็นปัญหาเล็กๆน้อยๆโดยเฉพาะเวลาเจอหน้ากันก็มักจะมีเรื่องชกต่อยกันเป็นประจำและเมื่อเช้าก่อนที่จะมีการฆ่ากันตายผู้เสียชีวิตได้ใช้มือออกไปที่หัวของผู้ก่อเหตุจึงทำให้ทอมสาวไม่พอใจใช้มีดจ้วงแทงหลังจากนั้นก็ขับรถมอเตอร์ไซค์หลบหนีไปและมารู้ภายหลังว่าผู้เสียชีวิตตายแล้วนั่นเอง

          ทางด้านผู้ก่อเหตุที่เป็นธรรมสาวยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาเรื่องของการแย่งผู้หญิงกันและไม่ได้มีปัญหาเรื่องของการแย่งลูกค้ากันอย่างแน่นอนเพราะตนเองและผู้เสียชีวิตนั้น มีอาชีพขับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็จริงแต่ก็อยู่กันคนละที่จริงไม่ได้มีปัญหากันในเรื่องนี้  ส่วนทางด้านญาติของทอมสาวนั้นได้มาขอประกันตัวผู้ก่อเหตุพร้อมทั้งระบุว่าทอมสาวมีอาการทางจิตซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกสารการรักษาโรคอยู่

            สังคมไทยเป็นสังคมที่เมื่อตรวจสอบพบว่าผู้ป่วยที่มีปัญหาอาการทางจิตอาการกำเริบและฆ่าคนเสียชีวิตนั้นจะไม่ได้ถูกจับกุมคุมขังแต่จะถูกพาไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลแทนซึ่งกฎหมายนี้ควรจะต้องมีการแก้ไขใช่แล้ว เพราะต่อให้กระทำผิดแบบมีสติเต็มร้อยหรือไม่มีสติเต็มร้อยแต่ก็ควรได้รับโทษจากการทำความผิดจะเป็นการดีที่สุด

 

สนับสนุนโดย  www.ufabet.com ลิ้งเข้าระบบ